วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

Topology

รูปแบบของการเชื่อมโยงเครือข่าย หรือโทโปโลยี (LAN Topology)
          โทโปโลยีคือลักษณะทางกายภาพ (ภายนอก) ของระบบเครือข่าย ซึ่งหมายถึง ลักษณะของการเชื่อมโยงสายสื่อสารเข้ากับอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องคอมพิวเตอร์ ภายในเครือข่ายด้วยกันนั่นเอง โทโปโลยีของเครือข่าย LAN แต่ละแบบมีความเหมาะสมในการใช้งาน แตกต่างกันออกไป การนำไปใช้จึงมีความจำเป็นที่เราจะต้องทำการศึกษาลักษณะและคุณสมบัติ ข้อดีและข้อเสียของโทโปโลยีแต่ละแบบ เพื่อนำไปใช้ในการออกแบบพิจารณาเครือข่าย ให้เหมาะสมกับการใช้งาน รูปแบบของโทโปโลยี ของเครือข่ายหลัก ๆ มีดังต่อไปนี้
 
1.โทโปโลยีแบบบัส (BUS) 
          เป็นรูปแบบที่ เครื่องคอมพิวเตอร์จะถูกเชื่อมต่อกันโดยผ่ายสายสัญญาณแกนหลัก ที่เรียกว่า BUS หรือ แบ็คโบน (Backbone) คือ สายรับส่งสัญญาณข้อมูลหลัก ใช้เป็นทางเดินข้อมูลของทุกเครื่องภายในระบบเครือข่าย และจะมีสายแยกย่อยออกไปในแต่ละจุด เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ ซึ่งเรียกว่าโหนด (Node) ข้อมูลจากโหนดผู้ส่งจะถูกส่งเข้าสู่สายบัสในรูปของแพ็กเกจ ซึ่งแต่ละแพ็กเกจจะประกอบไปด้วยข้อมูลของผู้ส่ง, ผู้รับ และข้อมูลที่จะส่ง การสื่อสารภายในสายบัสจะเป็นแบบ 2 ทิศทางแยกไปยังปลายทั้ง 2 ด้านของ บัส โดยตรงปลายทั้ง 2 ด้านของบัส จะมีเทอร์มิเนเตอร์ (Terminator) ทำหน้าที่ลบล้างสัญญาณที่ส่งมาถึง เพื่อป้องกันไม่ให้สัญญาณข้อมูลนั้นสะท้อนกลับ เข้ามายังบัสอีก เพื่อเป็นการป้องกันการชนกันของข้อมูลอื่น ๆ ที่เดินทางอยู่บนบัสในขณะนั้น สัญญาณข้อมูลจากโหนดผู้ส่งเมื่อเข้าสู่บัส ข้อมูลจะไหลผ่านไปยังปลายทั้ง 2 ด้านของบัส แต่ละโหนดที่เชื่อมต่อเข้ากับบัส จะคอยตรวจดูว่า ตำแหน่งปลายทางที่มากับแพ็กเกจข้อมูลนั้นตรงกับตำแหน่งของตนหรือไม่ ถ้าตรง ก็จะรับข้อมูลนั้นเข้ามาสู่โหนด ตน แต่ถ้าไม่ใช่ ก็จะปล่อยให้สัญญาณข้อมูลนั้นผ่านไป จะเห็นว่าทุก ๆ โหนดภายในเครือข่ายแบบ BUS นั้นสามารถรับรู้สัญญาณข้อมูลได้ แต่จะมีเพียงโหนดปลายทางเพียงโหนดเดียวเท่านั้นที่จะรับข้อมูลนั้นไปได้ 
ข้อดี 
      - ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการวางสายสัญญาณมากนัก สามารถขยายระบบได้ง่าย เสียค่าใช้จ่ายน้อย ซึ่งถือว่าระบบบัสนี้เป็นแบบโทโปโลยีที่ได้รับความนิยมใช้กันมากที่สุดมา ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เหตุผลอย่างหนึ่งก็คือสามารถติดตั้งระบบ ดูแลรักษา และติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมได้ง่าย ไม่ต้องใช้เทคนิคที่ยุ่งยากซับซ้อนมากนัก 
ข้อเสีย 
      - อาจเกิดข้อผิดพลาดง่าย เนื่องจากทุกเครื่องคอมพิวเตอร์ ต่อยู่บนสายสัญญาณเพียงเส้นเดียว ดังนั้นหากมี สัญญาณขาดที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง ก็จะทำให้เครื่องบางเครื่อง หรือทั้งหมดในระบบไม่สามารถใช้งานได้ตามไปด้วย 
      - การตรวจหาโหนดเสีย ทำได้ยาก เนื่องจากขณะใดขณะหนึ่ง จะมีคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่สามารถส่งข้อความ ออกมาบนสายสัญญาณ ดังนั้นถ้ามีเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากๆ อาจทำให้เกิดการคับคั่งของเน็ตเวิร์ค ซึ่งจะทำให้ระบบช้าลงได้ 
 
2.โทโปโลยีแบบวงแหวน (RING) 
          เป็นรูปแบบที่ เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในระบบเครือข่าย ทั้งเครื่องที่เป็นผู้ให้บริการ( Server) และ เครื่องที่เป็นผู้ขอใช้บริการ(Client) ทุกเครื่องถูกเชื่อมต่อกันเป็นวงกลม ข้อมูลข่าวสารที่ส่งระหว่างกัน จะไหลวนอยู่ในเครือข่ายไปใน ทิศทางเดียวกัน โดยไม่มีจุดปลายหรือเทอร์มิเนเตอร์เช่นเดียวกับเครือข่ายแบบ BUS ในแต่ละโหนดหรือแต่ละเครื่อง จะมีรีพีตเตอร์ (Repeater) ประจำแต่ละเครื่อง 1 ตัว ซึ่งจะทำหน้าที่เพิ่มเติมข้อมูลที่จำเป็นต่อการติดต่อสื่อสารเข้าในส่วนหัวของแพ็กเกจที่ส่ง และตรวจสอบข้อมูลจากส่วนหัวของ Packet ที่ส่งมาถึง ว่าเป็นข้อมูลของตนหรือไม่ แต่ถ้าไม่ใช่ก็จะปล่อยข้อมูลนั้นไปยัง Repeater ของเครื่องถัดไป 
ข้อดี 
      - ผู้ส่งสามารถส่งข้อมูลไปยังผู้รับได้หลาย ๆ เครื่องพร้อม ๆ กัน โดยกำหนดตำแหน่งปลายทางเหล่านั้นลงในส่วนหัวของแพ็กเกจข้อมูล Repeaterของแต่ละเครื่องจะทำการตรวจสอบเองว่า ข้อมูลที่ส่งมาให้นั้น เป็นตนเองหรือไม่ 
     - การส่งผ่านข้อมูลในเครือข่ายแบบ RING จะเป็นไปในทิศทางเดียวจากเครื่องสู่เครื่อง จึงไม่มีการชนกันของสัญญาณ ข้อมูลที่ส่งออกไป 
      - คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในเน็ตเวิร์กมีโอกาสที่จะส่งข้อมูลได้อย่างทัดเทียมกัน 
ข้อเสีย 
     - ถ้ามีเครื่องใดเครื่องหนึ่งในเครือข่ายเสียหาย ข้อมูลจะไม่สามารถส่งผ่านไปยังเครื่องต่อ ๆ ไปได้ และจะทำให้เครือข่ายทั้งเครือข่าย หยุดชะงักได้ 
      - ขณะที่ข้อมูลถูกส่งผ่านแต่ละเครื่อง เวลาส่วนหนึ่งจะสูญเสียไปกับการที่ทุก ๆ Repeater จะต้องทำการตรวจสอบตำแหน่งปลายทางของข้อมูลนั้น ๆ ทุก ข้อมูลที่ส่งผ่านมาถึง 
 
3.โทโปโลยีแบบดาว (STAR) 
เป็นรูปแบบที่ เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่เชื่อมต่อเข้าด้วยกันในเครือข่าย จะต้องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตัวกลางตัวหนึ่งที่เรียกว่า ฮับ (HUB) หรือเครื่อง ๆ หนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของการเชื่อมต่อสายสัญญาญที่มาจากเครื่องต่าง ๆ ในเครือข่าย และควบคุมเส้นทางการสื่อสาร ทั้งหมด เมื่อมีเครื่องที่ต้องการส่งข้อมูลไปยังเครื่องอื่น ๆ ที่ต้องการในเครือข่าย เครื่องนั้นก็จะต้องส่งข้อมูลมายัง HUB หรือเครื่องศูนย์กลางก่อน แล้ว HUB ก็จะทำหน้าที่กระจายข้อมูลนั้นไปในเครือข่ายต่อไป 
ข้อดี 
      - การติดตั้งเครือข่ายและการดูแลรักษาทำ ได้ง่าย หากมีเครื่องใดเกิดความเสียหาย ก็สามารถตรวจสอบได้ง่าย และศูนย์ กลางสามารถตัดเครื่องที่เสียหายนั้นออกจากการสื่อสาร ในเครือข่ายได้เลย โดยไม่มีผลกระทบกับระบบเครือข่าย
ข้อเสีย 
     - เสียค่าใช้จ่ายมาก ทั้งในด้านของเครื่องที่จะใช้เป็น เครื่องศูนย์กลาง หรือตัว HUB เอง และค่าใช้จ่ายในการติดตั้งสายเคเบิลในเครื่องอื่น ๆ ทุกเครื่อง การขยายระบบให้ใหญ่ขึ้นทำได้ยาก เพราะการขยายแต่ละครั้ง จะต้องเกี่ยวเนื่องกับเครื่องอื่นๆ ทั้งระบบ 
4.โทโปโลยีแบบ Hybrid 
เป็นรูปแบบใหม่ ที่เกิดจากการผสมผสานกันของโทโปโลยีแบบ STAR , BUS , RING เข้าด้วยกัน เพื่อเป็นการลดข้อเสียของรูปแบบที่กล่าวมา และเพิ่มข้อดี ขึ้นมา มักจะนำมาใช้กับระบบ WAN (Wide Area Network) มาก ซึ่งการเชื่อมต่อกันของแต่ละรูปแบบนั้น ต้องใช้ตัวเชื่อมสัญญาญเข้ามาเป็นตัวเชื่อม ตัวนั้นก็คือ Router เป็นตัวเชื่อมการติดต่อกัน
5.โทโปโลยีแบบ MESH 
เป็นรูปแบบที่ถือว่า สามารถป้องกันการผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นกับระบบได้ดีที่สุด เป็นรูปแบบที่ใช้วิธีการเดินสายของแต่เครื่อง ไปเชื่อมการติดต่อกับทุกเครื่องในระบบเครือข่าย คือเครื่องทุกเครื่องในระบบเครือข่ายนี้ ต้องมีสายไปเชื่อมกับทุก ๆ เครื่อง ระบบนี้ยากต่อการเดินสายและมีราคาแพง จึงมีค่อยมีผู้นิยมมากนัก


Skype !!


สไกป์ (Skype)
            โปรแกรมสำหรับคุยโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (VoIP) ก่อตั้งโดย Niklas Zennström และ Janus Friis ผู้สร้าง คาซา (KaZaA) สำนักงานใหญ่ของสไกป์อยู่ที่เมืองลักเซมเบิร์ก โดยมีสำนักงานอยู่ที่ลอนดอนและทาลลินน์ สไกป์เป็นที่นิยมเนื่องจากความสามารถของโปรแกรม ที่คุณภาพเสียงชัดเจนและไม่เสียค่าใช้จ่าย ถ้าใช้คุยกันผ่านทางคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้สไกป์สามารถโทรเข้าโทรศัพท์อื่นได้ โดยเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมผ่านทาง สไกป์เอาต์นอกจากนี้สไกป์สามารถใช้สำหรับรับโทรศัพท์จากโทรศัพท์ทั่วไป และรับฝากข้อความได้

คุณสมบัติ
            คุณสมบัติพื้นฐานของสไกป์ คือการบริการผ่านทางคอมพิวเตอร์สู่คอมพิวเตอร์ ทั้งทางเสียงพูด การส่งข้อความ และการส่งข้อมูลในรูปแบบไฟล์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงการประชุมผ่านออนไลน์ไม่เกิน 5 คน

สไกป์เอาต์ (SkyOut)
        บริการเพิ่มเติมที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยผู้ใช้งานสไกป์สามารถโทรจากคอมพิวเตอร์เข้าสู่โทรศัพท์ทั่วไป หรือโทรศัพท์มือถือได้ทั่วโลก ราคาของสไกป์เอาต์แตกต่างจากโทรศัพท์ทางไกลต่างประเทศทั่วไปที่คิดตามระยะทาง สไกป์เอาต์คิดตามกลุ่มของประเทศปลายทาง โดยราคาน้อยสุดของการใช้ในปัจจุบันมีค่า 0.017 ยูโร ต่อนาที ในประเทศโลกกลุ่มหนึ่ง โดยสามารถจ่ายผ่านทางบัตรเครดิต เช็ค ธนาณัติ หรือทางบริการออนไลน์ต่างๆ เช่น เพย์พาล ราคาการซื้อปัจจุบันอยู่ที่ 10 และ 25 ยูโร ซึ่งจะหมดอายุ 180 วัน หลังจากวันใช้งานครั้งสุดท้าย ในบางประเทศจะเสียภาษีเพิ่มเติมในตอนที่ซื้อ ซึ่งราคาจะตกอยู่ที่ประมาณ 0.02 ยูโรต่อนาที

จุดเด่นของโปรแกรม Skype
- ดาวน์โหลดฟรี ! 
-
ผู้ใช้บริการสามารถทำการโทรศัพท์ฟรีๆ ระหว่างสมาชิก ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ทั่วโลก
-
คุณภาพเสียงดีเยี่ยมเหมือนใช้โทรธรรมดา เสียงตอบกลับของคู่สนทนาชัดเจน
-
รองรับการใช้งานผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์, Pocket PC 
-
เป็นชุมชนขนาดใหญ่ ทำให้สามารถค้นหาเพื่อนใหม่ๆได้ง่ายๆ จากทั่วโลก 
-
สามารถโทรเข้าจากโทรศัพท์พื้นฐานเข้ามายัง Skype ได้ (SkypeIn)
-
สามารถโทรออกจาก Skype เข้าไปยังโทรศัพท์พื้นฐานได้ (SkypeOut)
-
สามารถโอนสายเรียกจาก Skype เข้าไปยังโทรศัพท์พื้นฐานปลายทางได้ (เฉพาะลูกค้าที่ใช้ SkypeOut)

ประเภทบริการของ Skype
1. โทรระหว่างสมาชิก Skpye ด้วยกันเอง (PC-to-PC) เป็นบริการฟรี
2.
โทรไปยังเบอร์โทรศัพท์ทั่วไปหรือโทรมาจากโทรศัพท์ทั่วไป (PC-to-Phone และ Phone-to-PC) แบ่งเป็น
- SkypeIn
คือ การสมัครเบอร์ของ Skype เพื่อรองรับการโทรเข้าจากโทรศัพท์พื้นฐานทั่วโลกในราคาประหยัด
- SkypeOut
คือ การสมัครใช้บริการของ Skype เพื่อโทรออกจาก Skype ไปยังโทรศัพท์พื้นฐานทั่วโลกและ ที่พิเศษกว่านั้นคือ ผู้ใช้งานที่ลงทะเบียน SkypeOut สามารถ Forward Skype ของคุณ เข้าไปยังโทรศัพท์พื้นฐานที่คุณต้องการได้ในขณะที่คุณ Offline เมื่อมีผู้โทรเข้า Skype ของคุณ ช่วยทำให้คุณไม่พลาดการติดต่อ
โดยบริการประเภทที่ 2 เป็นบริการสำหรับสมาชิกที่เสียเงินเท่านั้น โดยค่าใช้จ่ายจะคิดแบบชำระเงินล่วงหน้าหรือ Prepaid คล้ายๆ กับโทรศัพท์แบบบัตรเติมเงินบ้านเรานั่นเอง หากแต่ว่าค่าบริการจะถูกกว่าประมาณ 60-80%



คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อกับระบบเครือข่าย

Transfer

        Move data from one storage location to another, one location. Or it may mean moving the storage media from one media to another one. Or perhaps it refers to the transfer of work from the main program to a subprogram.

(แทรนซฺ'เฟอะ)
            การเคลื่อนย้ายข้อมูลจากที่เก็บในตำแหน่งหนึ่งไปยังอีกตำแหน่งหนึ่ง หรืออาจหมายถึงการย้ายที่เก็บจากสื่อเก็บหนึ่งไปอีกสื่อหนึ่งก็ได้ หรื  อบางทีอาจหมายถึงการย้ายการทำงานจากโปรแกรมหลัก (master program) ไปยังโปรแกรมย่อย(Subprogram)


Refresh

        Renewed, is a command that instructs the screen display the new information received after the last such order to show the file list. New data recorded on the plate.

(รีเฟรช')
            เป็นคำสั่งหนึ่งที่สั่งให้จอภาพแสดงภาพใหม่ตามข้อสนเทศที่ได้รับหลังสุด เช่น สั่งให้แสดงรายชื่อแฟ้ม ข้อมูลในจานบันทึกใหม่


วันอังคารที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ประวัติส่วนตัว

ประวัติส่วนตัว

ชื่อ   นางสาวพัชรี          นามสกุล   บุญป้อง
รหัสนักศึกษา                :   51132792125
ชื่อเล่น                          :   ฟักแฟง
อายุ                               :   20   ปี
กำลังศึกษาที่                :   มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต   คณะวิทยาการจัดการ
หลักสูตรการบริหารธุรกิจบัณทิต      สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ     ชั้นปีที่ 3
E-mail                           :   U51132792125@gmail.com

วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553

บุคลิกภาพสไตล์ Bizcom

บุคลิกภาพสไตล์ BIZCOM
  
       บุคลิกภาพถือได้ว่าเป็นภาพรวมที่แสดงให้เห็นตัวตนของชาว Bizcom ว่าเป็นอย่างไร ดีอย่างไรและมีสิ่งใดที่ควรต้องเสริมเติมแต่ง ดังนั้นเราจึงควรสร้างความประทับใจให้แก่ผู้พบเห็นว่าเราคือชาว Bizcom ที่น่าจดจำและประทับใจดังนี้
       
       1.) ด้านการแต่งกาย
       การแต่งกายเป็นการบ่งบอกถึงการดูแลตนเองว่ามีความพิถีพิถันและความเอาใจใส่ตนเองซึ่งทำให้คนๆ คนนึงดูดีขึ้นมาได้ จึงทำให้ต้องแต่งกายที่สะอาดเรียบร้อย ถูกต้องและเหมาะสมกับกาลเทศะควรแต่งตัวให้พอดีไม่มากหรือน้อยจนเกินไป ควรแต่งกายให้ถูกต้องตามกฏระเบียบตามที่มหาวิทยาลัยได้กำหนด
       2.) ด้านการพูด
       ต้องมีศิลปะในการพูด พูดให้ชนะใจผู้ฟัง ควรใช้คำพูดที่สุภาพ ฉะฉาน ชัดเจนโดยที่คำพูดของเรานั้นต้องคำนึงถึง เพศ วัย และระดับการศึกษาของผู้ฟังอีกทั้งควรคำนึงถึง สถานที่ เวลาและโอกาสด้วย
       3.) ด้านการแสดงท่าทาง
       ชาว Bizcom นั้นต้องระวังท่าทางที่ไม่พึ่งประพฤติไม่ว่าจะเป็นการพูดหรือกิริยาต่างๆ ไม่ควรประพฤติและแสดงออกให้มากจนเกินควร ควรรู้จักสำรวมและมีท่าทางที่เป็นธรรมชาติ
       4.) ด้านทักษะในการทำงาน
       ในการทำงานใดๆ ก็ตาม ชาว Bizcom ควรทำงานให้คล่องแคล้วและความชำนาญเพื่อให้ได้ผลงานที่ดีเด่น มุ่งทำงานอย่างตั้งใจ รอบคอบ เพื่อให้ได้ผลการที่เราทำออกมามีความประทับใจต่อผู้อื่น ซึ่งถือว่าเป็นการทำงานที่เต็มความสามารถ
       5.) ด้านสุขภาพ
       ชาว Bizcom นั้นต้องระวังสุขภาพให้ดีเพราะนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีบุคลิกภาพที่ดี เมื่อเราไม่ดูแลตนเองปล่อยให้ตนเองเศร้าหมองไม่คล่องแคล้วก็จะมีบุคลิกภาพที่ไม่น่ามอง จึงถือได้ว่าสุขภาพเป็นตัวต้นทุนของการพัฒนาบุคลิกภาพที่ดีได้เลยทีเดียว

       สรุป
       บุคลิกภาพสไตล์ Bizcom ที่ดีนั้นต้องมีทั้งการแต่งกายที่ดี การพูดจาที่ดีหรือท่าทางที่ดี ซึ่งรวมๆแล้วจะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้เพื่อที่ว่าจะทำใหชาว Bizcom นั้นเป็นที่น่าประทับใจแก่ผู้พบเห็น